ประวัติของ Mizkan

รับชมวิดีโอประวัติของ Mizkan

1804-1856การก่อตั้งธุรกิจน้ำส้มสายชู

  • 1804

    การก่อตั้ง

    คุณนากาโนะ มาตาซาเอมอน ในรุ่นแรกได้ประสบผลสำเร็จในการผลิตน้ำส้มสายชูจากกากสาเก และก่อตั้งธุรกิจของตนเอง การที่ผู้ผลิตสาเกหันมาผลิตน้ำส้มสายชูนั้น ถือเป็นความท้าทายที่กล้าหาญในยุคนั้น

  • 1811

    เมื่อโรงหมักน้ำส้มสายชู (โรงงานฮันดะ) ถูกก่อตั้งขึ้น จึงนำไปสู่การเริ่มผลิตน้ำส้มสายชูอย่างเต็มรูปแบบ

  • 1845

    การกำเนิดของ "ยามาบุกิ (Yamabuki)"

    น้ำส้มสายชูพรีเมียมจากกากสาเกที่บ่มนานถึง 3 ปี และได้รับคำชมอย่างมากเพราะเข้ากันได้ดีกับซูชินิกิริ

1868-1944Mizkan ในยุคแห่งความเปลี่ยนแปลง

  • 1887

    ในเวลาต่อมา มาตาซาเอมอนรุ่นที่สี่ได้มีการจดทะเบียน "สัญลักษณ์ MizKan" เป็นเครื่องหมายการค้า

    ซึ่งโลโก้ Mizkan ที่คุ้นเคยนั้นถูกออกแบบโดยมาตาซาเอมอนรุ่นที่สี่ ด้วยแรงบันดาลใจจากตราประจำตระกูลนากาโนะ

  • 1928

    ด้วยการจัดประกวดสโลแกนผ่านหนังสือพิมพ์ ทำให้สโลแกนที่ว่า "ทุกสิ่งที่ดองไว้ใจ Mizkan" ได้รับการคัดเลือก

1945-2003การก่อตั้งช่วงที่ 2

  • 1948

    เริ่มการส่งออกไปยังอเมริกา

  • 1951

    เปิดตัวน้ำส้มสายชูข้าว "ชิรางิคุ (shiragiku)"

  • 1954

    เริ่มกระบวนการบรรจุขวดน้ำส้มสายชูแบบอัตโนมัติในปี ค.ศ. 1954 ที่โรงงานฮันดะ

    และในปี ค.ศ. 1955 ที่โรงงานอามากาซากิ โดย Mizkan ตัดสินใจลงทุนในด้านเครื่องมือการผลิตเพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพ และเปลี่ยนแปลงเป็นน้ำส้มสายชูบรรจุขวดทั้งหมด

  • 1964

    เปิดตัว "Ajipon™ Citrus Seasoned Soy Sauce"

    ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำอาหารรสเลิศมาสู่ครัวเรือน และเพื่อทำให้มิซึทากิ (หม้อไฟ) ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักในเขตคันโตให้ได้รับความนิยม จึงมีการจัดกิจกรรมชิมอาหารในตลาดต่างๆ โดยใช้ฟู้ดทรัคโปรโมทความอร่อย

  • 1968

    เริ่มจัดแคมเปญ "อาหารสะอาด"

    พร้อมสโลแกนที่ย้ำคุณภาพว่า"น้ำส้มสายชูหมัก 100% ต้องน้ำส้มสายชู Mizkan"

  • 1971

    ประกาศ "กลยุทธ์ซุปเปอร์น้ำส้มสายชู"

    ซึ่งในตอนแรกเรียกว่า "กลยุทธ์เหนือยิ่งกว่าน้ำส้มสายชู" ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายยอดขายน้ำส้มสายชู และพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่นนอกเหนือจากน้ำส้มสายชูร่วมด้วย โดยตั้งเป้าหมายของยอดขายไว้ที่ 100 พันล้านเยน

  • 1979

    โรงงานผลิตน้ำส้มสายชูทั้งหมดได้รับการรับรองจาก JAS (Japanese Agricultural Standards: มาตรฐานสินค้าเกษตรของญี่ปุ่น)

  • 1981

    เข้าซื้อกิจการ "American Industries Corporation (AIC)"
    ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำส้มสายชูรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เกิดการเริ่มต้นการขยายธุรกิจในระดับสากลอย่างเต็มรูปแบบ

    (ขยายฐานธุรกิจในพื้นที่ทางตะวันตกของสหรัฐฯ) และยังคงขยายธุรกิจด้วยการเข้าซื้อกิจการอื่น ๆ เพิ่มเติม

  • 1986

    พิพิธภัณฑ์น้ำส้มสายชู "ซุโนะซาโตะ" ได้เปิดตัวขึ้น
    โดยมีมกุฎราชกุมารและมกุฎราชกุมารี (ในขณะนั้น) เสด็จเยือนพิพิธภัณฑ์ก่อนเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม

    ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์มีการนำเสนอจิตวิญญาณและเทคนิคการทำน้ำส้มสายชูที่สืบทอดกันมาโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับน้ำส้มสายชู
    ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2015 พิพิธภัณฑ์ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "MIZKAN MUSEUM"

  • 1988

    การเปิดตัว “น้ำซุปดาชิ”

    ด้วยการใช้น้ำซุปจากปลาโบนิโตะของแท้คุณภาพสูง Mizkan ได้เข้าสู่ตลาดขนาดใหญ่ และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์เป็น "Oigatsuo Tsuyu (Soup Base With Bonito Extract)" ซึ่งกลายเป็นสินค้ายอดนิยมอย่างรวดเร็ว

  • 1990

    การเปิดตัว “โกโมคุจิราชิ (Gomoku Chirashi)”

    ผลิตภัณฑ์สำหรับผสมข้าวหน้าซูชิแบบใช้งานง่ายในรูปแบบถุงสำเร็จรูปได้มีการเปิดตัว เนื่องจากการใช้งานที่แสนง่ายดายทำให้เป็นสินค้ายอดนิยมในทันที

  • 1992

    การสร้างเสร็จสมบูรณ์ของอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่

    อาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงความกลมกลืนกับภูมิทัศน์โดยรอบ โดยอาคารทั้งหมดถูกออกแบบด้วยโทนสีดำ

  • 1997

    มีการร่วมลงทุนในบริษัท Asahi Foods จำกัด และเริ่มเข้าสู่ธุรกิจนัตโตะอย่างเต็มรูปแบบ

    โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสุขภาพและรสชาติอร่อย ซึ่ง Mizkan ได้เริ่มผลิตอาหารพื้นเมืองอย่าง "นัตโตะ (ถั่วหมักญี่ปุ่น)" อย่างเต็มรูปแบบ

  • 1998

    การก่อตั้ง Nakano Europe ในสหราชอาณาจักร

2004-จาก Mitsukan สู่ Mizkan

  • 2004

    การก่อตั้ง Mizkan Asia Pacific (บริษัทเอกชน Mizkan Asia Pacific จำกัด)

  • 2005

    ฐานธุรกิจนั้นถูกก่อตั้งในสิงคโปร์สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

    บริษัทในเครือได้ถูกก่อตั้งที่ปักกิ่ง ในชื่อ "บริษัท Mizkan (China) Commercial and Trading จำกัด"

  • 2006

    Mizkan Asia Pacific สาขาฮ่องกงและสาขาไต้หวัน เริ่มดำเนินกิจการ

  • 2012

    เข้าซื้อกิจการแบรนด์น้ำส้มสายชู "SARSON'S" และแบรนด์แตงดอง "HAYWARDS" ในสหราชอาณาจักร

  • 2013

    เข้าซื้อกิจการแบรนด์แตงดองชนิดหวาน "Branston" ของสหราชอาณาจักร

    และแบรนด์ยอดนิยม 3 แบรนด์ในสหราชอาณาจักรได้ถูกรวมกิจการเข้ากับกลุ่มบริษัท Mizkan

  • 2014

    เข้าซื้อกิจการแบรนด์ซอสพาสต้าของสหรัฐอเมริกา ที่ชื่อ "RAGÚ" และ "BERTOLLI"

    ซึ่งเป็นแบรนด์ซอสพาสต้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดของครัวเรือนในสหรัฐอเมริกา

  • 2015

    เปิดตัวพิพิธภัณฑ์มิซคัน (MIZKAN MUSEUM เรียกสั้นๆ ว่า MIM)

    ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สร้างประสบการเชิงปฏิบัติเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์การผลิตน้ำส้มสายชูและวัฒนธรรมด้านอาหาร

  • 2018

    เริ่มโครงการ ZENB

  • 2024年